5 เทคนิคขั้นเทพ เริ่มขายของใน Facebook ให้สำเร็จ

5 เทคนิคขั้นเทพ เริ่มขายของใน Facebook ให้สำเร็จ

ตอนนี้ยุคของตลาดออนไลน์ในประเทศไทยกำลังเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งทำให้เกิดร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการขายผ่าน Social Network ฉะนั้นเพื่อรับกระแสนี้เราสามารถเริ่มจากอะไรก่อน

การขายสินคนบนโลกออนไลน์เป็นที่นิยมกันอย่างมากโดยเฉพาะบน facebook ,Instagram และ line  ซึ่งจากสถิติต่างๆ ก็จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ขายสินค้าบนโลกออนไลน์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้ประชากรบนโลกออนไลน์หันมาเลือกซื้อสินค้าของเรา และมีเทคนิคสำคัญๆอย่างไรบ้าง

วันนี้ทีมงาน iStartUp มี 5 เทคนิคขั้นเทพ ที่จะทำให้คุณสามารถขายของใน Facebook ได้ง่ายขึ้น

1. คิดก่อนว่าจะขายอะไรดี?

คุณต้องเลือกก่อนว่า“สินค้าที่คนอยากซื้อ กับ สินค้าที่คุณอยากขาย “ คุณจะสามารถขายสินค้าอะไร สำหรับคนที่ไม่เคยขายมาก่อน อาจจะยาก อีกทั้งไม่มีร้านค้า ไม่มีสินค้า(แนะนำว่าให้คุณเลือก ขายสินค้าที่คนอยากซื้อ! ) ดังนั้นเราควรศึกษาข้อมูล ก่อนว่าสินค้าที่มีความต้องการของคนส่วนใหญ่ต้องการใช้ อาจเป็นช่วงเทศกาล ของใช้สำหรับสตรีของหายาก ของสะสม แหล่งรับของ คุณจำเป็นต้องหาข้อมูลเหล่านี้ก่อนการเปิดร้านค้าออนไลน์  แต่สำหรับคนที่มีร้านอยู่แล้ว มีสินค้าที่ขายอยู่แล้ว คุณสามารถนำของที่มี มาขายได้เลย ถือว่ามีช่องทางในการพัฒนาร้านของคุณ โดยใช้งบประมาณไม่สูงเพราะฐานลูกค้าเดิมของคุณมีอยู่แล้ว และไม่ควรเปลี่ยนไปขายสินค้าอื่น เพราะคุณจะได้เปรียบเรื่องขอมูลสินค้า

2. หาแหล่งสินค้าราคาส่ง สินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือสินค้าตาม Order

ถึงเวลาที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายสินค้าอะไร ต่อมาเพื่อให้ได้ราคาขายส่ง ควรหาตัวแทนจำหน่ายสินค้านั้นๆ เริ่มจาก

2.1. การหาสินค้า โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า กับ Dropship 

คือ ระบบบริหารจัดการโดยจะมีตัวกลางคอยสนับสนุนเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ รายละเอียดสินค้า พร้อมด้วยราคาพิเศษที่สามารถนำไปขายได้กำไรต่อทันที และยิ่งไปกว่านั้นทางตัวกลางจะจัดส่ง สินค้าไปทางผู้ซื้อโดยตรงด้วย

เราแค่สมัครเป็นสมาชิก และเอาสินค้าไปขายได้เลย โดยไม่ต้องซื้อสินค้าก่อน เมื่อคุณขายสินค้าได้ คุณมีหน้าที่แจ้งไปให้ตัวแทนจำหน่ายทราบ พร้อมโอนเงิน ตามราคาส่งและค่าขนส่ง(ถ้ามี) ที่ตกลงกันไว้

2.2. Pre-order คือการหาสินค้า มาโพสขายในร้าน เสมือนจับเสือมือเปล่า ไม่ต้องลงทุนลงแรง

Pre-order คือการสั่งจองสินค้าล่วงหน้า สินค้าจะได้รับหลังจากวันที่ปิดรอบประมาณ วันแล้วแต่ผู้ขายแจ้งอาจจะ 15-20 วัน ซึ่งเป็นการหาสินค้า มาโพสขายในร้าน  เมื่อลูกค้าสนใจ และต้องการสั่งซื้อ ลูกค้าต้องโอนค่าสินค้าก่อน ตามแต่จะตกลงว่าให้จ่ายเต็มจำนวน หรือมัดจำไว้จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีการแจ้งลูกค้าให้ชัดเจน

ข้อเสียของสินค้าค้าแบบ Pre-order นี้ คือ กลุ่มสินค้ามีราคาสูง เป็นสินค้าที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไป ได้ลดพิเศษ เป็นสินค้านำเข้า และแน่นอน ผู้ขายต้องมีคนรู้จักที่อยู่ต่างประเทศคอยซื้อส่งมาให้คุณ หรือ เป็นคนไปต่างประเทศบ่อย หรือ ผ่าน shipping เป็นงานทีเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า จำนวนมาก ต้องประสานงานกับกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตในการนำเข้าและส่งออกต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ไม่สามารถที่จะทำการสั่งแล้วส่งเลยได้

2.3 การสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายเดิมๆ ที่เปิดตัวอยู่ก่อน

ร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายขายส่ง คุณสามารถค้นหาที่เว็บไซด์ Google เพื่อค้นหาสินค้าเช่น ถ้าคุณต้องขายครีมหน้าเด้ง ลองพิมพ์คำว่า “ ครีมหน้าเด้งขายราคาส่ง ” จะปรากฏรายชื่อร้านขายส่งมากมาย  ลองโทรไปสอบถามร้านที่เราสนใจ หรือไปดูที่ร้านเลย แต่วิธีนี้อาจต้องซื้อสินค้ามาเก็บไว้เองเพื่อให้ให้มั่นใจ และดูความน่าเชื่อถือของร้านด้วย

3. วางแผน พร้อมเตรียมตัวก่อนเปิดร้านออนไลน์เพื่อให้ร้านเราออกมาดีที่สุด

เงินลงทุน ในการซื้อสินค้ามาสต๊อก คำนวณให้ดีว่าจะซื้อมาสต๊อกเท่าไหร่ เพียงพอต้อการหมุนเวียนเงินให้พอดี

  1. ค่าโฆษณา คำนวณงบประมาณให้ดี อย่าให้บานปลาย ในกรณีที่ ตั้งใจว่าจะทำการประชาสัมพันธ์สินค้า ผ่านโฆษณาของเฟสบุ๊ค
     
  2. ถ่ายรูปสินค้าต้องมีค่านางแบบ ช่างภาพ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ดึงดูด หรือ ก็หารูปภาพจากอินเทอร์เน็ตก็สมารถประยุกต์ใช้ได้
     
  3. ราคาค่าส่งสินค้าสินค้า คุณต้องรู้ให้หมด เช่น ค่าขนส่ง พัสดุ หีบห่อ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และระยะเวลาในการขนส่ง
     
  4. สร้างร้านค้าให้น่าเชื่อถือ
    1. ควรมีเว็บไซต์สำหรับร้านค้าด้วย จัดหมวดหมู่สินค้าชัดเจนมีระเบียบ รูปแบบร้านให้สวยงาม มีข้อมูลสำหรับให้ลูกค้าติดต่อได้ชัดเจน รายละเอียดการชำระค่าสินค้า ช่องทางการชำระค่าสินค้า ต้องแจ้งไว้อย่างชัดเจน
    1. ข้อมูลสินค้าจัดเตรียมให้รายละเอียดครบถ้วน แจ้งรายละเอียดการจัดส่งสินค้า ระยะเวลา ค่าจัดส่งให้ชัดเจน เงื่อนไขการคืนสินค้า พยายามนึกถึงกรณีต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้
    1. รูปสินค้า ให้สวยงาม อาจใช้อินสตาแกรม ถ่ายพร้อมแชร์ได้ทันที

4. เทคนิคการตั้งชื่อเพจร้านค้าบน Facebook

 เรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้ามการตั้งชื่อร้าน ออกแบบโลโก้ และแฟนเพจร้านค้าบนFacebook

ให้เข้ากับแนวคิด Concept ของสินค้าที่จะนำมาเสนอขาย เช่นขายรองเท้า ควรตั้งชื่อแนว ” LOVESHOESหรือ missbeautyshoe” เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย ใช้ไอเดียให้สุดความสามารถ จะแสดงถึงความตั้งใจของร้านนั้นๆ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของร้านค้าด้วย

1. หากมีชื่อแบรนด์สินค้า ให้ตั้งชื่อแบรนด์ แล้วตามด้วยคำที่สามารถค้นหาได้ง่ายบน google เช่น AA ครีมหน้าใส

2. หากไม่มีชื่อแบรนด์ ให้ตั้งชื่อที่สามารถค้นหาบน google ได้ง่ายๆ เช่น ครีมหน้าใส

5. กระจายชื่อเสียงของธุรกิจคุณ ด้วยกลยุทธ์การตลาดออนไลน์

ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก fanpage นั้นมี 2 วิธี วิธีแรกไม่ต้องเสียเงินในการประชาสัมพันธ์ แต่อาจจะยากสักหน่อย คือการไปสร้างตัวตนตามเว็บไซต์ เว็บบอร์ด หรือบล็อกต่างๆ ให้มีคนรู้จัก ส่วนวิธีที่ง่ายกว่าแต่ต้องเสียเงินก็คือ การซื้อโฆษณากับทาง facebook ซึ่งคุณวิทยาแนะนำว่า ผู้ที่คิดจะทำธุรกิจบน facebook ควรจะมีทุนสำรองสำหรับการโฆษณา เพราะจะทำให้คนอื่นๆเห็นหน้าเพจของเราได้ง่าย

ทีมงาน iStartUp มีเทคนิคมาแนะนำ แล้วคุณจะรุ่งทีเดียว

  1. ครั้งแรก เมื่อสร้างแฟนเพจแล้วยังไม่สามารถเปลี่ยนชื่อแฟนเพจได้ ชื่อมันจะเป็นตัวเลขลักษระนี้ https://www.facebook.com/pages/loveshoes /101119856606750 ดูแล้วไม่ดึงดูด ควรให้คนมากด Like ก่อนอย่างน้อย 30 ไลค์ หลังจากได้ครบ 30 Like ให้เปลี่ยนชื่อเพจเป็น https://www.facebook.com/loveshoes 
     
  2. อย่าเพิ่งโพสขาย และก็ขายสินค้า เป็นอย่างบ้าระห่ำ ช่วงแรก ให้โพส เรื่องทั่วๆไป เรื่องบันเทิง ท่องเที่ยว อาหารสับเพเหระ ไปก่อน การโพสต์ข้อความขายสินค้าบน facebook ไม่ควรมีความยาวเกิน 5 บรรทัด เพราะจะทำให้คนอื่นๆไม่สนใจอ่าน โดยในข้อความควรประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ ชื่อสินค้า  , รหัสสินค้า, ราคาสินค้า และเบอร์ที่สามารถติดต่อกลับได้ ซึ่งราคามีความสำคัญเพราะจะเป็นตัวกรองลูกค้า ว่าเขามีความสนใจจะซื้อสินค้าหรือไม่ หากราคาอยู่ในระดับที่สามารถจะซื้อได้ ก็จะทำให้ลูกคนสนใจเข้ามาคุย และซื้อสินค้าในที่สุด
     
  3. ให้คนรู้จักแฟนเพจของร้านค้าเราแบบไม่เป็นทางการก่อน ให้มีคนกด Like เพจของร้านค้าคุณเยอะ ยิ่งมาก ยิ่งดี เมื่อมีคนเห็นเยอะ เวลาคุณโพสสินค้าลงไป ทำให้สินค้าของคุณเป็นที่รู้จัก คนจะแชร์ให้เพื่อนต่อไปอีกเยอะ เป็นวิธีที่ดีที่สุด สร้างความน่าเชื่อถือให้แฟนเพจได้มากทีเดียว
     

 
นอกจากนี้การใส่รูปภาพสินค้าก็มีส่วนสำคัญอย่างมากกับการเลือกซื้อของลูกค้า โดยควรเป็นรูปภาพใหม่ที่ถ่ายเอง ไม่ไปคัดลอดจากที่ไหน ควรอยู่ในลักษณะแนวนอน 4:3 โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การโพสต์ขายสินค้าคือช่วงกลางวันที่ลูกค้าสามารถโอนเงินซื้อสินค้าได้ง่ายๆ หากโพสต์ในช่วงดึก การตัดสินใจซื้อจะยากขึ้น และลูกค้าจะไม่ซื้อสินค้าในทันทีแม้การเริ่มต้นขายสินค้าบน Facebook สำหรับคนทั่วไปอาจจะยากเพราะยังเป็นแบรนด์เล็ก แต่เราก็ต้องสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าของเราอีก โดยการสร้างภาพลักษณ์ให้เหมือนแบรนด์ใหญ่ การถ่ายรูปภาพ การแพ็คของส่ง การตอบคำถามลูกค้า และอื่นๆ ต้องดูน่าเชื่อถือ การขายสินค้าบน Facebook ก็จะไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มต้นได้
 

  • วิธีได้ลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด คือ การโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คโดยตรง สามารถเลือกให้แสดงโฆษณากับใคร เพศ ชาย อายุเท่าไหร่ ฯลฯ ซึ่งค่อนข้างละเอียด แต่ก็ต้องแลกกับค่าโฆษณาที่ต้องมีค่าใช้จ่าย

และทั้งหมดนี้ คือเทคนิคเคล็ดลับการขายของบน Facebook ที่ผู้ประกอบการ “ต้องทำ” เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จให้กับธุรกิจของคุณ ซึ่งทำได้ไม่ยาก หากคุณค่อย ๆ วางแผน และมีการศึกษาพฤติกรรม วิถีชีวิตของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย 

เราขอแนะนำว่าถ้าคุณอยากจะลดระยะเวลา และ ค่าใช้จ่าย ในการลองผิดลองถูก iStartUp เรามีทีมงานและบริการที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ ด้วยบริการ การตลาดโซเซียลมีเดีย ปรึกษาได้เลยฟรี! คลิ๊กที่นี่เลย

ใส่ความเห็น